ชีวิตเดินช้ากับเวลาที่เท่าเดิม
posted on 27 Sep 2008 11:00 by bbuffyไม่มั่นใจเท่าไหร่กับเอนทรี่เล่าเรื่องที่ดูจับต้องไม่ได้แบบนี้ ฮะๆ ฉันเล่าไม่เก่งนี่นา จะพยายามแล้วกันนะ
ช่วงนี้คนทักแทบทุกคนว่าผอมลง อาจจะเพราะโทรม หรือผมยาวเกินไปล่ะมั้ง? เลยดูเซียวๆ ที่จริงก็กินข้าวน้อยลงด้วยแหละ นอนก็น้อยลงเยอะ ฮ่าๆๆ
ตอนนี้ในหนึ่งสัปดาห์ เล้งทำงานเต็มเจ็ดวันค่ะ ทั้งงานราษฎร์และงานหลวง เพราะตารางงานและวันส่งงานมันซ้อนกันหมด บางทีวันนึงก็ต้องส่งงานสองชิ้นซ้อนกัน ส่งนี่เสร็จก็ต้องทำนี่ต่อ หรือหักดิบทำไปพร้อมๆกันแม่งเลยเป็นกิจวัตร ไม่ค่อยมีเวลากับสมองไปคิดเรื่องอื่นๆสักเท่าไหร่ คนในบ้านเริ่มตัดขาดทั้งๆที่ก็อยู่บ้านเดียวกัน ฮ่าๆ โอ้ย หนูยังมีชีวิตอยู่นะคะคุณแม่
ดูจากเวลาที่ไม่บาล๊านกับงานแล้ว เลยต้องทำตัวเนิร์ดอย่างช่วยไม่ได้ เลิกเรียนก็ต้องกลับบ้านคิดงาน ทำงานตามเพื่อนๆอีกภาคให้ทัน อู้บ้างเป็นบางแว้บ เมื่อปวดหัวปวดตา แต่ก็ไม่ได้หยุดมือทำงาน ไม่ได้ไปเดินช้อปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง อัพเดตข่าวเม้า ทอดหุ่ย ชิวหรืออะไรอื่นๆเลย ชีวิตดูเคร่งเครียดสิ้นดี
ในช่วงแรกๆของเทอมเล้งมีชีวิตแบบนั้นค่ะ กลายเป็นคนจริงกระทิงแดง เพิ่งจะมาปรับชีวิตให้ลงตัวได้เมื่อไม่นานมานี้เอง
ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนะ แต่สำหรับเราแล้วมันสร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิตหรือทำงานมากๆเลย ทำงานตลอดแต่ก็ยังมีความสุขได้ เรียกได้ว่า มีความสุขกับงานอย่างพอเพียงแล้วกัน
จากที่เคยเดินก้มหน้าก้มตารีบกลับบ้าน และมัวแต่คิดหาความแปลกใหม่จากความว่างเปล่าหรือเปิดหนังสือ ฉันลองเดินกลับบ้านให้ช้าลง และมองรอบข้างให้มากขึ้น
เดินชิวไปชิวมามองๆไซท์ที่ทำงาน เดินดูร้านนู้นร้านนี้ อันนี้สวยดี อันนั้นแปลกๆ
วัสดุนี้เป็นยังไง เปิดไฟแล้วเอฟเฟ็กที่ได้เป็นยังไง
นั่งเฉยๆมองคนรอบข้าง แต่งตัวยังไง แต่งหน้ายังไง
ลองเดินบนถนน เช้า สาย บ่าย ค่ำ ทุกอย่างไม่เหมือนกัน แต่ละช่วงเวลา แต่ละมุมมอง แต่ละอารมณ์
แสงตอนเช้า นุ่มนวล สว่าง โปร่ง เบา เหมือนมีม่านโปร่งๆซ้อนอยู่เวลามอง
แสงตอนบ่าย แรง บาดผิว
แสงตอนเย็น แสงจัด เงาชัด บางทีก็เหงา บางทีก็ดูดุดัน
แสงกลางคืน แสงประดิษฐ์ แปลกใหม่ ฉาบฉวย หรือ บางทีก็นุ่มนวลจากวอร์มไวท์ หรือ จากรีเฟล็ค ตัวรีเฟล็คก็ให้ความแตกต่าง สะท้อนมาก สะท้อนน้อย เข้าตา หรือโดนดูดกลืน
ฉันสนใจแสงเงา แสงธรรมชาติ หรือแสงประดิษฐ์ เงาคม หรือเงาฟุ้ง แสงที่ตกกระทบวัตถุมันมีความหมายกับฉันมากๆเลยนะ ฮะๆ อยากเอาพวกนี้ใส่ลงไปในงานตัวเองให้ได้มากกว่านี้จัง
นอกจากเรื่องแสงก็ยังมีเรื่องเสียง แต่มันค่อนข้างไกลตัวฉันไปสักหน่อย ที่จริงฉันไม่มีความรู้ด้านดนตรีเลยล่ะ อ่านโน้ตก็ไม่ออก ฮ่าๆ
ฉันชอบเพลงที่มีดีเทลในเพลงเยอะๆ นั่งฟังแล้วก็นั่งแยกเสียง ทำงานอยู่ก็ฟังไปด้วย เหมือนคนบ้าเลยเนอะ คนที่บ้านชอบหาว่าฟังแต่เพลงอะไรก็ไม่รู้ ฮ่าๆ
หาเวลาหยุดงาน พักตัวเองอ่านการ์ตูน อ่านฟิค อ่านนิยาย แล้วค่อยทำงาน สละเวลาที่คิดงานไม่ออก มาทำอะไรเพิ่มกำลังใจตัวเอง ผลที่ได้คือ มีแรงมีไฟทำงาน
"คนเราอยู่ได้ด้วยแรงบันดาลใจ" บางทีมันอาจจะใกล้เคียงชีวิตแบบนี้ก็ได้นะ ถึงจะยังเรียกไม่ได้ว่าแฮปปี้แต่ก็รู้สึกดีกับสิ่งที่ทำอยู่ทุกๆอย่าง ไม่กินข้าวยังอยู่ได้เลย จริงๆนะ ตอนนี้เลยผอมไง ฮ่าๆๆๆๆ แต่มีความสุข
นอกจากนี้ต้องหัดทำใจให้พอเพียงกับงาน หัดตัดใจให้เป็น รับผิดชอบต่อเวลา ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เวลาจะมี พอถึงจุดนึงก็หยุดตัวเอง บางครั้งถึกไปไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย ทำเรื่อยๆ สบายๆดีกว่า ไม่รู้จะไซโคตัวเองให้เหนื่อยตามเพื่อนไปทำไม
เอ๊ะ เขียนมาตั้งยาว อ่านแล้วพบสิ่งที่ฉันอยากสื่อรึเปล่าเนี่ย ฮ่าๆๆๆ ก็มันเขียนยากจริงๆนี่นา เพ้อเป็นอาจารย์แม้วเชียว
ก็แค่อยากจะบอกว่า ลองสละเวลามาทำสิ่งที่ตัวเองชอบบ้างก็เท่านั้นเอง ไม่ใช่ในด้านการผลิต แต่ด้านการบริโภคมากกว่า บางทีคั้นตัวเองมากไป ไอเดียก็หมด เหนื่อยใจ ทำตัวเป็นผู้บริโภคนี่มันดีจริงๆนะ ขอบอก ฮ่าๆ
หาเวลาดูเยอะๆ สัมผัสเยอะๆ งานแบบเราๆต้องสัมผัสกับคนมากๆ สังเกตจนถึงระดับพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆ แล้วจะดีเองแบบไม่รู้ตัว
นะจ๊ะ นะจ๊ะ
แทบเล็ดใช้กับวินโดวส์วิสต้าไม่ได้แฮะ ไม่ได้วาดรูปเป็นเดือนละ ฮ่าๆๆๆๆ แฮนเมดมันไม่ทันใจ
อ๊ะ แล้วก็ เอาลูกมาเลี้ยงไว้ในบล๊อก น่ารักกว่าที่คิดไว้เยอะ ร้องไอ้หยาๆด้วยนะ ฮะๆ ว่างๆก็แวะมาจิ้มๆลูกฉันบ้างนะคะ
ใครชีวิตมีความเฟลเหมือนๆกับฉัน ก็พยายามต่อไปนะคะ มองโลกแง่ดีเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็จบแล้ว
สวัสดีค่ะ

ปล่อยเวลาให้ไหลไปตามธรรมชาติ ผมว่าบางทีก็ช่วยให้สมองโล่งขึ้นเยอะ ^^" (แต่ในกรณีที่ว่างๆอยู่นะ 55)
จริงอย่างแรง ที่คนเราอยู่ได้ด้วยแรงบันดาลใจ
#1 By wein on 2008-09-27 17:25